ห้องเรียนในฝัน


ห้องเรียนในฝัน

          ความหมายของห้องเรียนในฝัน คืออะไร ?

                     ห้องเรียน หมายถึง   ห้องที่ใช้ในการเรียนรู้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมเท่านั้น แต่ห้องเรียน คือห้องที่ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ ได้เสมอ
                     ฝัน   หมายถึง  การเห็นภาพหรือเรื่องราวเวลาหลับ, การนึกภาพในขณะที่ตื่นอยู่ ซึ่งไม่อาจเป็นจริงได้, การนึกเห็นไปเอง
                     เมื่อรวมแล้วจึงได้ใจความว่า ห้องเรียนที่นึกคิดขึ้น ซึ่งจะเป็นอยู่ในรูปแบบใดก็ได้ตามความคิดส่วนบุคคล ซึ่งความคิดนั้นจะเป็นจริงได้หรือไม่ก็เป็นอีกในกรณีหนึ่งเช่นกัน

             มุมมองห้องเรียนในฝัน

          ห้องเรียนในฝัน มิได้มาจากความคิดของผู้เรียนเพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น เพราะทั้งผู้ปกครอง หรือครูต่างก็มีห้องเรียนในฝันเช่นเดียวกัน เพียงแต่มุมมองของแต่ละฝ่ายนั้น มีแตกต่างออกไป

          หากพูดถึงมุมมองของตัวผู้เรียน คงไม่พ้นที่อยากให้ห้องเรียนนั้นดูมีชีวิตชีวา ดูสดใส น่านั่งเรียน มีความสะอาด ครบครันไปดูอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ที่แข็งแรงทนทาน มีความสะอาด และสวยงาม กระดานอัจฉริยะ เป็นต้น ผู้เรียนต้องการห้องเรียนที่อบอุ่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อการเรียนรู้ของตนเอง พร้อมทั้งต้องการครูผู้สอนที่มีความรอบรู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางวิชาการ และความรู้รอบตัว นอกจากนี้ตัวครูผู้สอนนั้นจะต้องใส่ใจและคำนึงถึงผู้เรียนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการมอบหมายภาระงาน การใช้สื่อการสอนที่สร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้เรียน รวมไปถึงความสามารถในการเรียนของผู้เรียน เนื่องจากผู้เรียนแต่ละคนมีความรู้ความสามารถที่ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นแล้วครูผู้สอนจึงต้องคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย



              ห้องเรียนในฝันจากมุมมองของผู้ปกครอง ต้องเป็นห้องที่ปลอดภัยต่อผู้เรียน สามารถสร้างองค์ความรู้ให้แก่บุตรหลานของตนได้ไม่มากก็น้อย และจะต้องเป็นห้องเรียนที่อบอุ่น เพื่อนในห้องต่างช่วยเหลือกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องอื่น ๆ รวมทั้งวัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องจะต้องครบครัน สะอาด สะดวกต่อการใช้งาน และจัดอุปกรณ์ได้เหมาะสมต่อวัยของผู้เรียน ทั้งนี้ตัวครูผู้สอนเองก็เป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่ง เพราะครูมีหน้าที่สร้างองค์ความรู้ และพาลูกศิษย์ไปส่งยังฝั่งฝัน หากห้องเรียนดี แต่ครูผู้สอนเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เรียน จึงส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อผู้เรียนในหลาย ๆ ด้าน ฉะนั้นแล้วผู้ปกครองหลายคนจึงต้องการครูผู้สอนที่เป็นมิตร มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้เรียน และสามารถทำให้บุตรหลานของตนเรียนรู้เเละเข้าใจจุดมุ่งหมายในชีวิตตนเองได้


ขอบคุณรูปภาพจาก https://teen.mthai.com/education/133796.html 

             ห้องเรียนในฝันจากมุมมองของครูนั้น จะต้องเพียบพร้อมทั้งวัสดุ อุปกรณ์ และสื่อสนเทศภายในห้องเรียนจะต้องไม่มีสิ่งใดชำรุดหรือเป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอน รวมทั้งพื้นที่โดยรวบจะต้องไม่มีสิ่งรบกวนการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นเสียงประกาศจากผู้ใหญ่บ้าน เสียงรถ หรือสิ่งที่รบกวนการความรู้ใหม่ของผู้เรียน เป็นต้น ทั้งนี้หากต้องการให้การเรียนการสอนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ก็จะต้องมีจำนวนของครูและนักเรียนที่เหมาะสม เพราะหากมีครูเพียงคนเดียวต่อนักเรียน 40 คนภายในห้อง ก็ไม่สามารถสร้างความรู้ให้แก่นักเรียนได้อย่างทั่วถึง สืบเนื่องมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเวลาในการสอน และจำนวนนักเรียนที่มากเกินกว่าครูจะควบคุมได้

     ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.prachachat.net/education/news-245331

        เรามาดูห้องเรียนในอนาคตกัน

ขอบคุณวีดิโอดีๆจาก https://www.youtube.com/watch?v=rZCPWEDX5tY

  ห้องเรียนอนาคต เครื่องมือช่วยเยาวชนให้อยู่รอดได้ ด้วยการพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21

      เพื่อให้เห็นภาพ แนวคิดการสร้าง ห้องเรียนแห่งอนาคตชัดเจนขึ้น กลุ่มภาคีเพื่อทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 มีคำอธิบาย “ทักษะศตวรรษที่ 21” ที่เป็นแกนหลักที่ครูและนักเรียนต้องเรียนรู้ร่วมกันใน ห้องเรียนแห่งอนาคต ก่อนว่า ทักษะศตวรรษที่ 21 คือ ชุดทักษะที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และปรับตัว เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา แนวคิดซึ่งเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวาง ก็คือ “กรอบการพัฒนาทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” ที่เสนอว่า ผู้เรียนควรได้รับการพัฒนาให้มีทักษะสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่
  1. ทักษะการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม (Learning & Innovation Skills) ประกอบด้วย ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม การคิดเชิงวิพากษ์และแก้ไขปัญหา การสื่อสารและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
  2. ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (Information, Media, and Technology Skills) ประกอบด้วย การรู้เท่าทันข่าวสารข้อมูล การรู้เท่าทันสื่อ และมีทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศ
  3. ทักษะชีวิต และอาชีพ (Life & Career Skills) ประกอบด้วย ความยืดหยุ่นและการปรับตัว การคิดริเริ่มและการกำกับตัวเอง ทักษะสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม การทำงานให้เกิดผลและการรู้รับผิด การเป็นผู้นำและความรับผิดชอบ
     และเพื่อให้ผู้เรียนได้มีทักษะสำคัญดังกล่าว การเรียนการสอนในศตวรรษใหม่จึงต้องก้าวข้ามการเรียนการสอนรูปแบบเดิม ที่ผู้เรียนเป็นผู้รอรับความรู้ (Passive Learning) ไปสู่การใช้กระบวนการเรียนรู้แบบผู้เรียนมีส่วนร่วม (Active Learning) โดยมีครูเป็น โค้ช (Coach) หรือผู้อำนวยกระบวนการเรียนรู้ (Facilitator)
     การจัดการเรียนการสอนแบบใหม่นี้ ไม่ได้สอนเพื่อมุ่งจดจำเนื้อหาวิชาและไม่ได้สอนเป็นรายวิชา แต่เป็นการสอนโดยการบูรณาการวิชาแกน (Core Subjects) เข้ามาสอนภายใต้แนวคิดสำคัญแห่งศตวรรษที่ 21 ได้แก่
  • การตระหนักในความเป็นประชาคมโลก (Global Awareness)
  • ความรู้ด้านเศรษฐกิจ การเงิน ธุรกิจ และการเป็นผู้ประกอบการ (Financial, Economic, Business and Entrepreneurial Literacy)
  • ความรู้ด้านการเมือง การปกครอง บทบาท และหน้าที่ของการเป็นพลเมือง (Civic Literacy)
  • ความรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy)
  • ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Literacy)
      โดยกระบวนการทั้งหมดนี้คาดหวังผลลัพธ์ คือ ผู้เรียนมีทักษะศตวรรษที่ 21 อันเป็นเครื่องมือสำคัญในการเตรียมรับมือกับโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงซึ่งยากจะคาดการณ์

   ทำความรู้จัก ต้นแบบ ห้องเรียนแห่งอนาคต ที่เกิดขึ้นจริงแล้วในแวดวงการศึกษาไทย

    เป็นที่น่ายินดีไม่น้อย ที่แนวคิดการสร้างห้องเรียนแห่งอนาคต ที่มาปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนในโรงเรียนไทย ติดตั้งทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างเป็นรูปธรรม ในโรงเรียนนำร่องต้นแบบถึง 50 โรงเรียนทั่วประเทศ ผ่านโครงการ “Samsung Smart Learning Center ซัมซุงสร้างพลังการเรียนรู้สู่อนาคต” ซึ่งในห้องเรียนแห่งอนาคตนี้ ซัมซุงได้นำเทคโนโลยีมาร่วมสนับสนุนการเรียนรู้ในแบบ Active Learning เพิ่มความสามารถและเสริมศักยภาพผู้เรียนให้พัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
      นางวรรณา สวัสดิกูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด สื่อสารถึงความตั้งใจดีนี้ว่า

“โครงการ Samsung Smart Learning Center ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะศตวรรษที่ 21 ให้กับเด็กและเยาวชน ผ่านการปรับเปลี่ยนห้องเรียนแบบเดิม ให้เป็น ห้องเรียนรูปแบบใหม่ ที่สนับสนุนให้ทั้งครูและนักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกันผ่านนวัตกรรมกระบวนการจัดการเรียนรู้และแนวคิด “ห้องเรียนแห่งอนาคต” ขึ้น โดยที่ผ่านมา แนวคิดนี้ ได้นำไปประยุกต์ใช้ในโรงเรียนที่มีบริบทแตกต่างหลากหลายทั่วประเทศ 50 โรงเรียน ตั้งแต่โรงเรียนขนาดใหญ่ โรงเรียนประจำอำเภอ โรงเรียนประถมขยายโอกาส โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปจนถึง โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม”
    โดยเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซัมซุงและคณะผู้บริหาร คณะครู จากโรงเรียนภาคีเครือข่ายของโครงการทั้งหมด 50 แห่ง ได้มารวมตัวกันส่งมอบกระบวนการจัดการและข้อเรียนรู้ที่ได้จากการพัฒนาต้นแบบ “ห้องเรียนแห่งอนาคต” ที่เกิดขึ้นตลอด 6 ปี ของโครงการนี้ ให้กับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลและกำหนดนโยบายด้านการศึกษาไทย รวมถึงผู้ที่สนใจขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการศึกษา ได้นำโมเดลนี้ไปปรับใช้ พัฒนา ต่อยอด ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในแง่ที่ดีให้กับการศึกษาไทยต่อไป ขอบคุณบทความดี ๆ จาก https://www.salika.co/2019/06/22/smart-classroom-for-21st-century/

             จากที่กล่าวมาทั้งหมด เราจะเห็นได้ว่ามุมมองของห้องเรียนนั้นมีความคล้ายคลึงหรือเหมือนกันอยู่หนึ่งอย่าง คือ การสร้างองค์ความรู้ให้แก่เด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากมุมมองของตัวผู้เรียนเอง ผู้ปกครอง หรือครู ตลอดนักการศึกษาทุกคนล้วนแต่อยากส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะที่เพิ่มขึ้นในขณะที่เรียน และสามารถนำทักษะหรือความรู้เหล่านั้นมาใช้งานได้ในอนาคต ห้องเรียนเป็นเพียงที่เร้าหนึ่งที่เป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ แต่ตัวผู้เรียนเองต่างหาก คือ การเรียนรู้ที่แท้จริง
              สุดท้ายแล้วขอฝากข้อคิดเล็ก ๆ  " อิฐ หิน นั้นใช้สร้างตึก แต่ความรู้ ทักษะนั้นใช้สร้างคน ครูมิใช่เป็นเพียงเรือจ้าง แต่ครูคือผู้นำทางศิษย์ไปสู่การเป็นคนที่สมบูรณ์ในสังคม "

ความคิดเห็น